sea sofa by intex

ประจำที่ท่าข้ามบอกว่า มีชายหนุ่มอายุไล่เลี่ยกับเสี่ยวอิงผู้หนึ่งเดินทาง ผ่านมา เพียงแต่ไม่มีเงิน จึงเดินเลียบแม่นํ้าไปยังตอนล่างของแม่นํ้า

เมื่อครู่เซี่ยสินมาจากบ้านของเจ้าอ้วนงั่ว ทราบว่าเสี่ยวอีงหลบหนี อย่างรีบร้อน ไม่ไต้พกพาห่อผ้าอันใด พอฟังจึงควบม้าเลียบริมเขื่อนไป ยังตอนล่างของลำนํ้าโซฟาลม พกพา มันมาถึงสะพานที่สอง ยังไม่พบเห็นเงาร่างของ เสี่ยวอิง ต้องครุ่นคิด ‘ดูท่านางพอออกจากหมู่บ้าน ก็ไม่คิดกลับไปรับม้า กลับมา หากตรงมายังที่นี้ ไม่เช่นนั้น’

เซี่ยสิน'ข้ามสะพาน ไปตามเล้นทางเดิน สองข้างทางเป็นที่ราบ เพาะปลูกต้นข้าวสาลี ต่อให้มีลมพัดผ่าน ยังรู้สึกอุดอู้ บางครั้งผ่านป่า หม่อนแถบหนึ่ง ต่อยเย็นสบายกว่าเดิม

เซี่ยสินเดินทางอย่างช้าๆ เมื่อพบเห็นร่มไม้จะขื่ม้าอยู่ใต้ที่ร่ม พลาง สอดส่ายสายตามอง เนื่องเพราะเสี่ยวอิงทั้งม้าไว้ ไต้แต่เดินด้วยเท้า ไม่ สามารถเดินเร็วเท่าใด เดินทางอีกระยะทางหนึ่ง ที่เบื้องหน้าเป็นดงข้าว สาลีอีกแถบหนึ่ง ตัดทางผ่ากลางไป บนเส้นทางหามีร่องรอยผู้คนไม่

เซี่ยสินเร่งความเร็วขึ้น พลันไต้ยินเสียงซ่า กระแสลมพัดผ่าน ที่ ต้านหลังเพิ่มคนผู้หนึ่ง ทั้งตวัดแขนรัดคอมันไว้ ตวาดเบาๆ ว่า “ลงไป” เซี่ยสินนั่งแน่วนึ่งบนหลังม้า กล่าวถามว่า “จั่ง1ซื่อ (ท่านผู้เข้มแข็ง) ท่านคิดทำอะไร?”

คนที่ต้านหลังกล่าวด้วยนํ้าเสียงดุร้ายว่า “ลงไป ถอดเสื้อผ้าออก”

สีหน้าเซี่ยสินทอแววประหลาดพิกล ทวนคำว่า “ถอดเสื้อผ้า

ออก?”

คนที่ด้านหลงกล่าวว่า “มิผิด ที่นอนเป่าลม บิ๊กซีถอดเสื้อผ้าออก ทั้งขอหยิบยืมม้า ของท่าน ข้าพเจ้าจะไม่ท่าร้ายท่าน”

เซี่ยสินพบว่าเสื้อผ้าบนท่อนแขนข้างที่รัดคอมันไว้เปียกชุ่ม ค่อย คาดเดาเรื่องราวออก ดวงตาปรากฏรอยยิ้มวูบหนึ่ง ยังคงไม่เหลียวหน้า ไป เพียง

ขยับข้อมือเล็กน้อย กล่าวด้วยนํ้าเสียงหยอกเย้าว่า “แม่นาง เสี่ยวอิง ท่านเที่ยวตามหาเรา เพียงเพื่อถอดเสื้อผ้าของเรา และหยิบยืม ม้าของเราไปหรือ?”

คราครั้งนี้มันไข้ส้มเสียงของตัวเอง คนที่รัดคอมันรู้สึกว่าได้ขาย โครงถูกวัตถุสิ่งใดตบไล่เบาๆ พอก้มศีรษะลง เห็นกระบี่อันแวววาวเล่ม หนึ่งไม่ทราบหลุดจากฝักตั้งแต่เมื่อใด ตัวกระบี่แนบติดกับช่วงเอวของเก้าอี้เป่าลม นาง ต่อจากนั้นเซี่ยสินกล่าวด้วยส้มเสียงเติมของตัวเอง สร้างความตื่น ตระหนกแก่เสี่ยวอิงจนร้องโพล่งว่า “ไฉนเป็นท่าน?”

ที่แท้เซี่ยสินพอควบม้าเข้าใกล้ ก็ได้ยินส้มเลียงผิดปรกติ จึงเพิ่ม ความระมัดระวัง พริบตาที่เสี่ยวอิงกระโดดขึ้นมา เซี่ยสินก็กดปมชัก กระบี่จากฝัก แต่ขณะจะจ้วงแทงกลับหลัง ก็เห็นสภาพของเสี่ยวอิง ชัดตา จึงหยุดกระบี่เอาไว้ ค่อยปล่อยให้นางรัดคอตนเอง

แต่เสี่ยวอิงหารู้ไม่ว่าคนบนหลังม้าคือเซี่ยสิน ที่แท้ขณะที่นางเดิน ทางถึงริมแม่นํ้า คนแจวเรือข้ามฟากตอนแรกไม่ทราบว่านางไม่มีเงิน โซฟาเป่าลมเพื่อ หลอกให้นางลงเรือข้ามฟาก แลกกับเงินค่าโดยสาร จึงบอกว่าสะพานที่ สองอยู่ห่างไกล เนื่องจากเสี่ยวอิงไม่มีเงิน ได้แต่เดินไปยังตอนล่างของ ลำนํ้า คนแจวเรือข้ามฟากย่อมคร้านที่จะบอกต่อนางว่าสะพานอีก สะพานหนึ่งอยู่ห่างเท่าใด

เสี่ยวอิงเดินไปช่วงหนึ่ง รู้สึกสองเท้าเมื่อยล้า ทั้งไม่ทราบสะพาน อีกสะพานหนึ่งอยู่ห่างเท่าใด พลันพบว่านํ้าคล้ายไม่ลึกเท่าใด จึงทดลอง เดินลงนํ้า กลับเดินข้ามแม่นํ้าไป นางความจริงเข้าใจว่าต่อให้เสื้อผ้า เปียกโชก ภายใต้อากาศร้อนถึงเพียงนี้ พอผึ่งแดดก็แห้งสนิท หาคาดไม่ ว่าเสื้อผ้าไม่เหือดแห้งตามที่คาดคิดไว้