Posts by yointime

buy intex sofabed

กองเรือสามารถเดินทางโดยไม่หยุดหย่อน ภายในห้าสัปดาห์ บรรลุถึงหม่าลิ่วเจี๋ย (ช่องแคบมะละกา) และภายในสิบสองสัปดาห์ สามารถบรรลุถึงซ่องแคบถั่วเอ่อม่จือ (ช่องแคบเฮอร์มุช) ของปอชือวาน (อ่าวเปอร์เซีย)

งานจัดเตรียมintex sofa bed indiaเสบียงบำรุงดำเนินการติดต่อถันสามวัน ต่อจากนั้น เป็นการตระเตรียมยุทโธปกรณ์ เรือที่บรรทุกม้ายังเก็บตุนหญ้าเลี้ยงม้า และกากถั่วที่อัดเป็นแผ่น ที่นื้เลี้ยงม้าศึกไว้หลายร้อยตัว สำหรับให้ทัพ ม้าขึ้นฝัง ทำศึกบนบก...

เรือใหญ่ราวกับเมืองยังแล่นเร็วกว่าเรือรบขนาดเล็ก ทั้งติดตั้ง ยุทโธปกรณ์ชนิดต่างๆ ตอนนั้นกองเรือเว่ยหนึซือ (เวนิส) ซึ่งจัดอยู่ อันดับสองของโลกจัดมือธนูไว้ แต่ยุทธภัณฑ์บนเรือรบของต้าหมิงมีทั้ง ปีนไฟ ธนูเพลิง ปีนใหญ่ และท่อมังกรไฟที่สามารถพ่นเปลวไฟใส่เรือ ข้าศึก

นี่เป็นกองเรือไร้ผู้ต่อต้าน มันไม่เพียงสามารถบดขยี้กองเรือที่คิล เป็นศัตรู ต่อให้รวมทัพเรือทั่วโลกมาท่าสงครามกับกองเรือนี้ จะมีสภาพ เฉกเซ่นฝูงปลาซิวปลาสร้อยเผชิญกับฝูงปลาฉลาม

อาวุธหนักติดตั้งไว้แต่แรก ตอนนี้เพียงจัดสรรกระสุนชนิดต่างๆ ดังนั้นใช้เวลาติดอาวุธเพียงหนึ่งวัน เข้าวันที่สอง เจ้าหน้าที่ต่างๆ ก็เริ่มindex sofa bed ขึ้นเรือ

ที่ขึ้นเรือก่อนเป็นนายทหารชั้นผู้น้อย ทหารสัญญาณธง คนหุง หาอาหาร คนคุมหางเสือ คนทอดสมอ เจ้าหน้าที่ทงชื่อ เจ้าหน้าที่เ!เยน ชื่อ นักบัญชี โหราจารย์ หมอรักษา ช่างปีมือที่ดูแลสมอเหล็กและไม้กระดาน ลูกเรือ เวรยามชาวบ้าน...

ต่อจากนั้นเป็นนักดนตรี พ่อครัว คนเล่านิทาน นักแสดงกายกรรม และพ่อค้าที่ร่วมคณะมาด้วยความกระดือรือร้นยินดี

หลังจากนั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะต้านทั้งดาราศาสตร์ เพาะพันธุ พืช งานก่อสร้าง งานเทหลอม ช่างอาวุธเพลิงและซ่อมบำรุง พวกมันจะ ทำการค้นคว้า ทดสอบ จดบันทึกและเก็บรักษาส่วนต่างๆ ไว้ สุดท้ายค่อยเป็นขุนนางทุกระดับชั้น

กลุ่มขุนนางบุ๋นไต้เข้าร่วมกองเรือขนาดใหญ่สมความปรารถนา เหล่าตระกูลใหญ่ เจ้าของที่ดิน พ่อค้าคหบดีที่อยู่หลังฉากพวกมัน ต่างก็ มีส่วนร่วมค้าขายกับต่างประเทศ intex sofa bed reviewคำโจมดีต่อกองเรือออกทะเลของ ค้าหมีง เปลี่ยนเป็นคำสรรเสริญเยินยอที่สร้างความคลื่นเหียนแก่ผู้คน เพียงเวลาชั่วข้ามคืน คำกล่าวโทษว่าสร้างความเดือดร้อนแก่ ราษฎรสิ้นเปลืองเงินทองประเทศ กลายเป็นวีรกรรมที่เยี้อประโยชน์แก่ ประเทศ และเกิดประโยชน์แก่ราษฎร

ขณะที่กองเรือนี้ยังเตรียมการไม่แล้วเสร็จ Pull-Out Sofa 68566เรือรบของฐานที่มั่น เกาะแก่งคู่หลายสิบลำ กับนักรบอีกหลายพันนายล้วนอยู่ทะเลเหลือง ยัง มีขบวนเรือพ่อค้านับไม่ถ้วนชุมนุมอยู่ที่ปากอ่าวเมืองกวางเจา เตรียม เข้าร่วมกับทัพเรือสูซีหยาง ยังมีนางโลมที่ตระเตรียมติดตามกองเรือออก ทะเล

เหล่านางคณิกาที่ติดตามกองเรือสู่ชีหยางครั้งก่อนไม่เพียงขาย ตัวให้กับบุรุษ ยังประกอบการค้า พอกลับมาล้วนทำกำไรมหาศาล นอก จากผู้ที่นิยมความสุขสบายจำนวนน้อยที่ยังยึดอาชีพเติมแล้ว ส่วนใหญ่ ล้วนกลับเนื้อกลับตัวเป็นคนดี คราครั้งนี้นางโลมที่ติดตามกองเรือออก ทะเลมีจำนวนมากกว่าที่ค้องการ เกรงว่าต้องแย่งกันรับแขกแล้ว

chill bedair good for you

เตั๊ยมที่ไม่ดึงตูดความสนใจของผู้คน

ทั้งสองเพิ่งกลับที่นอนเป่าลม chilindoถึงโรงเตี๊ยม ก็ปรากฏเจ้าหน้าที่ค่ายตงฉ่างเข้ามา รายงานว่า “ฉ่างตู พวกเราไต้รับคำสั่งให้จับตาตูเสิ่นเหวินตู้ พบว่ามีคน จากแดนไกลมาขอเข้าพบ”

ตอนนี้เสิ่นเหวินตู้อยู่ที่ลานเกลือเลี่ยงไหว มันช่วยดูแลกิจการให้ กับจี้กังมากมาย แต่แหล่งที่มาของทรัพย์สินที่มากที่สุดคือลานเกลือ ดังนั้นในปีหนึ่งมันจะพักอยู่ที่นี้หกเดือน กรรโซกทรัพย์บ้านนี้ กรรโซก ทรัพย์บ้านนั้น ทุกคนแค้นมันจับใจ แต่ไม่กล้าล่วงเกินมัน

ตอนนี้เสิ่นเหวินลู้ซื้อบ้านในที่นี้หลังหนึ่ง ทั้งยังตบแต่งอนุภรรยา นางหนึ่ง ม่เอินพอได้รับจดหมายลับจากเซื้ยสิน ก็วางเครือข่ายสอดแนม ต่อจี้กัง แม้แต่เสิ่นเหวินตู้ก็ถูกจับตาดูอย่างใกล้ชิด

มู่เอินพอได้รับรายงาน ก็ถามว่า “ผู้มามีศักดิ'ฐานะใด?”

เจ้าหน้าที่นั้นกล่าวว่า “แขกผู้นั้นมาจากทางเหนือ ดูจากลักษณะ ท่าทาง สมควรเป็นคนของกรมความมั่นคงแผ่นดิน”

ม่เอินพอฟัง ก็เดินไปมาอยู่ภายในห้อง เฉินตงมองตามเงาหลัง ของมัน ผ่านไปเนิ่นนานยังไม่เอ่ยปาก จึงอดกล่าวมิได้ว่า “ที่นอนเป่าลม 5 ฟุตฉ่างลู พวก เราควรทำอย่างไร แสร้งเป็นไม่รูไม่เห็น หรือว่า...”

ม่เอินหยุดร่างลง กล่าวเสียงหนักๆ ว่า “จับตัวไว้”

มันยกมือกางเล็บออก จากนั้นรวบมือกำเป็นหมัด เน้นยํ้าว่า “จับ ตัวไว้ทั้งหมด อย่าได้ปล่อยปละละเว้นแม้ลักคนเดียว”

เฉินตงกระตุ้นเตือนว่า “ฉ่างลู ฝ่าบาทยังไม่มืราชโองการมา หาก ว่าเกิดข้อผิดพลาด...”

ม่เอินสั่นศีรษะกล่าวว่า “ที่แล้วมากรมความมั่นคงแผ่นดินลำพอง ผยอง ตอนนี้ถึงเวลาที่พวกเราจะเชิดหน้าขูตาแล้ว ไปกวาดจับมุสิกมด แมลงในบ้านเสิ่นเหวินตู้มาให้หมดสิ้น อาศัยพฤติการณ์ชั่วข้าของมัน ต่อ ให้จี้กัง

 

หลุมขนาดใหญ่ลึกร่วมสิบเมดร ประกอบด้วยเบ้านอก เชื่อมต่อ กันเจ็ดข้อ ลักษณะคล้ายรูปเจดีย์เจ็ดชั้น

เบ้านอกของระฆังใหญ่ใช้เวลาจัดสร้างนานที่สุด ก่อนอื่นเชิญ ลิปีกรที่มีชื่อที่สุด เขียนคำนำและปณิธานทั้งสิบสองประการของหย่งเล่อ ฮ่องเต้ลงบนกระดาษ จากนั้นช่างแรงงานคำนวณครึ่งวงกลมและความ หนาของระฆัง ออกแบบแม่พิมพ์ขึ้น โดยฉาบโคลนเลนละเอียดไว้ ทำ กระดาษเซวียนจื่อที่เขียนข้อความไว้ปีดลงบนโคลนเลนละเอียด แล้ว ค่อยแกะสลักตัวหนังสือจมลง ซึ่งมีทั้งสิ้นยี่สิบสามหมื่นตัวทีละตัว จาก นั้นจึงนำแม่พิมพ์ไปเผาเป็นเบ้าเคลือบ

เนื่องจากระฆังมีขนาดใหญ่ เบ้านอกของระฆังใหญ่ต้องแบ่งเป็น เจ็ดข้อ หลังจากหล่อเสร็จ ก็รอให้เย็นลง แล้วค่อยเผาเป็นเนื้อเคลือบ จากนั้นจึงเชื่อมประกบกัน ขั้นตอนในการเชื่อมประกบต้องแนบเนียนไร้ ช่องโหว่ หากปล่อยให้นํ้าหลอมเหลวรั่วไหลที่นอนเป่าลม ขนาด 6 ฟุต พร้อมปั๊มสูบลม และหมอนออกมา จนเกิดรอยบุ๋ม การ หล่อถือว่าล้มเหลว

ผนังโดยรอบของเบ้านอกใช้หญ้าไม้ขึ้เถ้ากับปูนคอนกรีตผสม

 

กระทุ้งให้แน่นเป็นชั้นๆ ไม'เช่นนั้นก็ไม่อาจทนรับแรงกดอันมหาศาลใระหว่างที่หลอมระฆัง

ในการหล่อภาชนะสำริดสมัยโบราณของจีน ส่วนใหญ่ประกอบด้วยเบ้านอกกับเบ้าใน เบ้านอกจัด สร้างดามแบบของภาชนะ ส่วนใหญ่จะแบ่งเป็นหลายชิ้น นำมาประกบรวมกัน เบ้าในจะมีขนาดเล็กกว่า เบ้านอก

special homepro bedair

เซื่ยสินพอเช้าสู่ค่าย ก็ออกคำสั่งคำหนึ่ง ว่านซื่ออวี้จึงสั่งคนนำ เสี่ยวอิงไป ถึงแม้นางสมรักสมปรารถนา แต่หลังจากเช้าสู่เขตแดนของ ตาร์ตาร์ เสี่ยวอิงเห็นคนเลี้ยงสัตว์ทั้งหลายมีสภาพอเนจอนาถ ไหนเลย สบายใจไต้ เซื่ยสินเช้าใจความรู้สึกของนาง พอเช้าค่ายก็สั่งคนนำนางไป พักผ่อนก่อน

หลังจากที่นอนเป่าลม ราคาเช้าสู่กระโจมใหญ่ของว่านซื่ออวี้ เซื่ยสินนั้งประจำที่ แล้ว ถามว่า “จางจวิ้นเล่า?”

ว่านซื่ออวี้กล่าวว่า “ตอนนี้ซนเผ่าตาร์ตาร์เกิดข้อพิพาท ภายใน วุ่นวายไม่หยุดหย่อน บางชนเผ่าอับจนสิ้นหนทาง มักโจมตีค่ายเก็บ เสบียงของพวกเรายามวิกาล คิดปล้นชิงเสบียงและหญ้าไป ใต้เท้าจางจึง ระดมไพร่พล ทางหนึ่งปราบโจรปล้นชิงเสบียง ทางหนึ่งบรรลุข้อตกลง กับเหอหน้งอ๋อง[1] ยุติการสู้รบกับแคว้นวาลา ตอนนื้1ต้เท้าจางวิ่งเต้นอยู่ ต้านนอก เมื่อครู่ผู้น้อยใช้คนส่งข่าวการมาของกว๋อกงต่อใต้เท้าจางแล้ว”

เพิ่งกล่าวจบ ในกลุ่มคนมีคนผู้หนึ่งกลับออกมา ร้องบอกว่า “กว๋อกง ตอนนี้ชนเผ่าตาร์ตาร์ป่นป่วนวุ่นวาย สู้รบไม่หยุดหย่อน ตัวการ ความผิดคือว่านซื่ออวี้”

เซื่ยสินช้อนตามอง เห็นคนผู้นี้มีอายุท้าสิบเศษ ไว้เคราสามแฉก ใบหน้าซูบสดใส สวมใส่ชุดบัณฑิต คลุมผ้าคลุมไหล่เนื้อผ้าผิายไว้ จึงกล่าว “ท่านเป็นใคร ไฉนบอกว่าสภาพอันยุ่งเหยิงของแคว้นตาร์ตาร์เป็นความ ผิดของใต้เท้าว่าน?”

คนผู้นั้นประสานมือกล่าวว่า “เราเจ้าของสถานศึกษากิงซานแห่ง ชานตุง เรียกว่าหลิวจิ้งถิง...”

จากนั้นบรรยายสภาพอันอเนจอนาถของชนเผ่าต่าง ๆ ในแคว้น ตาร์ตาร์ออกไป สุดท้ายกล่าวด้วยนํ้าตาคลอหน่วยว่า ‘ขงจื๊อมีคำสอนว่า ความรารวยกับสูงศักดิ เป็นความต้องการของผู้คน ไม่ไต้มาโดยมีชอบ ความยากไร้กับต้อยตา เป็นที่รังเกียจของผู้คน ไม่ควรที่จะเข้าหา ที่นอนเป่าลม 4.5 ฟุตประโยชน์ที่ไต้มาโดยไม่ประพฤติเป็นกุศล วิญฌูชนไม่แสวงหา’ เรื่องที่ไม่ สอดคล้องกับเมตตาคุณธรรม ไหนเลยกระท่าไต้ ว่านซื่ออวี๋ไม่ฟังคำน้อม เตือน ประพฤติผิดทำนองคลองธรรม ขอกว๋อกงชำระความให้กับซาว ตาร์ตาร์จำนวนมากมายสุดคณานับด้วย”

ว่านซื่ออวี้พอฟังมีโทสะขึ้นมา ตอนแรกพวกมันยังไม่กล่าวหนัก ถึงเพียงนี้ ตอนนี้มีเพียงกล่าววาจาหนักหนาสาหัส ทั้งยังฟ้องร้องตนเอง ต่อหน้าฝ่กว๋อกง จะให้ทนทานได้อย่างไร จึงกล่าว “เมิ่งจื๊อเคยกราบ หลานของขงจื๊อนามขงจื๊เป็นอาจารย์ เรียนถามหลักการปกครอง ขงจื๊ ตอบว่า ‘ให้พวกมันรับผลประโยชน์ก่อน’ เมิ่งจื๊อไม่เข้าใจกล่าวว่า ‘นัก ปราชญ์อบรมราษฎร เพียงเอ่ยถึงเมตตาธรรม เหตุใดยกอ้างผลประโยชน์ ขงจื๊กล่าวว่า ‘เมตตาธรรมคือผลประโยชน์ เบื้องบนไร้เมตตา อย่างนั้น เบื้องล่างไม่อยู่ในกรอบ เบื้องบนไร้ตุณธรรม เบื้องล่างก็ห้ดแข้งปี'ด ขากัน’ การไข้ผลประโยชน์ช่วยให้จิตใจคนเกิดความสงบ มีอันใดไม่ถูก ต้อง?”

ครูสอนหนังสืออีกคนหนึ่งเดินออกมา กล่าวว่า “ใต้เท้าว่าน เรา กลับคิดถามว่า ที่ใต้เท้าว่านกระทำลงไป เป็นเหตุให้ฟ้าพิโรธที่นอนเป่าลมในรถคนเคียดขึ้ง ไม่ทราบ


ของที่นอนเป่าลม โฮมโปรอาลู่ไถ

bedair in car

ฮ่อาฮูหยินควบม้าดลอดทาง กลับมายังชนเผ่าตัวเอง พลิกตัวลง จากหลังม้า ก้าวยาวๆ เข้ากระโจม ออกคำสั่งว่า “พวกเรา เรียกประชุม ผู้นำชนเผ่าทั้งหมดมาชมดูพิธี เราจะไข้บุตรีบุญธรรมของอาลู่ไถเป็น เครื่องมือจุดโคมสวรรค์ที่นอนเป่าลม บิ๊กซี เพื่อปลอบประโลมดวงวิญญาณของม่านดูลาถู”

ในที่สุดกวางลากแคร่เลื่อนหิมะถึงละแวกที่มั่นของฮ่อาฮูหยิน ระหว่างทางเซี่ยสินกับผู้คิดตามทั้งสองได้รับความยากลำบาก พวก มันเมื่อขามาได้พบกับคนเลี้ยงสัตว์ชาวตาร์ตาร์ที่เตลิดหลบหนี คนเลี้ยง สัตว์เหล่านั้นพอทราบว่าคนบนแคร่เลื่อนหิมะเป็นทหารหมิง ก็แสดง นํ้าใจไมตรีออกมา ก่อนนี้พวกมันกับทหารหมิงเป็นศัตรูกัน แต่ตอนนี้ พวกมันยึดถือทหารหมิงเป็นผู้มาช่วยเหลือ

เป็นทัพหมิงยกกำลังยับยั้งการไล่ฆ่าของทัพวาลา เป็นทัพหมิงนำ เสบียงและเสื้อผ้ามา ช่วยให้พวกมันไม่อดอยากแข็งตัวตาย คนเลี้ยงสัตว์ ที่สื้ภัยสงครามไปตามที่ต่าง ๆ ก็ทราบข่าวว่าราชสำนักหมิงสอดมือเข้ามา ให้การสงเคราะห์ช่วยเหลือ จึงเริ่มอพยพมาทางด้านนี้ พวกมันชี้ทางไห้ กับเซี่ยสินกับพวกทั้งสาม จะได้ไม่ต้องหลงเดินผิดทาง

ที่นี้เป็นพื้นที่ของแคว้นตาร์ตาร์ ทัพวาลารุกลํ้าเข้ามา กลัวว่าซาว ตาร์ตาร์อาศัยความได้เปรียบทางชัยภูมิพื้นที่ซุ่มโจมตีพวกมัน จึงรักษา ขบวนรูปมุมแหลมเอาไว้ ครั้งนี้หลังจากสู้รบกับอาลู่ไถ พวกมันบาดเจ็บ ล้มตายอย่างมาก ตังนั้นขบวนทัพที่รุกคืบมาจากทั้งสี่ทิศประกบรวมเป็น รูปสามเหลี่ยมทื่อด้าน เมื่อเซี่ยสินใกล้บรรลุถึงที่ตั้งทัพของทัพวาลา ก็ ที่นอนเป่าลม tv directถูกหน่วยสอดแนมที่ทัพวาลาวางอยู่รอบนอกพบเห็น

ธนูสัญญาณดอกหนึ่งลากเสียงอันแหลมเล็กยิงไปยังที่ห่างไกล ต่อ จากนั้นปรากฏม้าเร็วหลายตัวควบขับเข้าหากวางลากแคร่เลื่อนหิมะ

ซึ่งความจริงหน่วยสอดแนมไม่มืหน้าที่จู่โจมลงมือ พวกมันพอ พบ

เห็นร่องรอยศัตรูเพียงล่งสัญญาณแจ้งเหตุต่อแนวหลัง เป็นอันเสร็จ สิ้นภารกิจ แต่เนื่องจากพบว่าผู้บุกรุกเป็นกวางลากแคร่เลื่อนหิมะศันหนึ่ง บนแคร่มืผู้คนไม่กี่คน หน่วยสอดแนมทั้งลื่จึงรุกคืบเข้ามา ที่นอนเป่าลมในรถขวับ!

ลูกธนูเขี้ยวสุนัขป่าดอกหนึ่งแหวกฝ่าอากาศ เพียงวูบขึ้นแวบหนึ่ง ก็ยิงถูกช่วงคอของกวางตัวหนึ่ง คนผู้นี้มืกำลังแขนมหาศาล คาดว่าไข้ ตันธนูแกร่งสามด้าเพียงธนูเดียวก็ยิงทะลุคอกวาง กวางตัวนั้นส่ง เสียงร้องคำหนึ่งทรุดฮวบลง ลื่นไถลไปตามพื้นหิมะอีกไกลโข ค่อยลาก กวางอีกสองตัวหยุดยั้งลง

“หยุดไว้ ห้ามขยับเคลื่อนไหว”

หน่วยสอดแนมของทัพวาลาทั้งสี่ควบม้าเข้ามาล้อมแคร่เลื่อนหิมะ ไว้ ธนูในมือเล็งมาที่เซี่ยสินกับพวก

เข้ยสินกับพวกทั้งสามไม่ต่อสู้ขัดขืน พากันก้าวลงจากแคร่ หยุดที่นอนเป่าลม intex ยืนกับที่ ทั้งยังปลดดาบที่สะพายอยู่ข้างเอว โยนทั้งไปไกลโข

หน่วยสอดแนมซาววาลาราร้องอันใด ถานป๋อกับเมืงเร่าล้วนฟัง ออก พวกมันรู้จักภาษามองโกล เพราะเหตุนี้เข้ยสินจึงเรียกตัวพวกมัน มาเป็นเพื่อนตนเองไปยังแดนเหลียวตง แต่ว่าเชี่ยสินไม่ต้องถามพวกมัน ก็ทราบว่าหน่วยสอดแนมชาววาลากล่าวว่ากระ

sea sofa by intex

ประจำที่ท่าข้ามบอกว่า มีชายหนุ่มอายุไล่เลี่ยกับเสี่ยวอิงผู้หนึ่งเดินทาง ผ่านมา เพียงแต่ไม่มีเงิน จึงเดินเลียบแม่นํ้าไปยังตอนล่างของแม่นํ้า

เมื่อครู่เซี่ยสินมาจากบ้านของเจ้าอ้วนงั่ว ทราบว่าเสี่ยวอีงหลบหนี อย่างรีบร้อน ไม่ไต้พกพาห่อผ้าอันใด พอฟังจึงควบม้าเลียบริมเขื่อนไป ยังตอนล่างของลำนํ้าโซฟาลม พกพา มันมาถึงสะพานที่สอง ยังไม่พบเห็นเงาร่างของ เสี่ยวอิง ต้องครุ่นคิด ‘ดูท่านางพอออกจากหมู่บ้าน ก็ไม่คิดกลับไปรับม้า กลับมา หากตรงมายังที่นี้ ไม่เช่นนั้น’

เซี่ยสิน'ข้ามสะพาน ไปตามเล้นทางเดิน สองข้างทางเป็นที่ราบ เพาะปลูกต้นข้าวสาลี ต่อให้มีลมพัดผ่าน ยังรู้สึกอุดอู้ บางครั้งผ่านป่า หม่อนแถบหนึ่ง ต่อยเย็นสบายกว่าเดิม

เซี่ยสินเดินทางอย่างช้าๆ เมื่อพบเห็นร่มไม้จะขื่ม้าอยู่ใต้ที่ร่ม พลาง สอดส่ายสายตามอง เนื่องเพราะเสี่ยวอิงทั้งม้าไว้ ไต้แต่เดินด้วยเท้า ไม่ สามารถเดินเร็วเท่าใด เดินทางอีกระยะทางหนึ่ง ที่เบื้องหน้าเป็นดงข้าว สาลีอีกแถบหนึ่ง ตัดทางผ่ากลางไป บนเส้นทางหามีร่องรอยผู้คนไม่

เซี่ยสินเร่งความเร็วขึ้น พลันไต้ยินเสียงซ่า กระแสลมพัดผ่าน ที่ ต้านหลังเพิ่มคนผู้หนึ่ง ทั้งตวัดแขนรัดคอมันไว้ ตวาดเบาๆ ว่า “ลงไป” เซี่ยสินนั่งแน่วนึ่งบนหลังม้า กล่าวถามว่า “จั่ง1ซื่อ (ท่านผู้เข้มแข็ง) ท่านคิดทำอะไร?”

คนที่ต้านหลังกล่าวด้วยนํ้าเสียงดุร้ายว่า “ลงไป ถอดเสื้อผ้าออก”

สีหน้าเซี่ยสินทอแววประหลาดพิกล ทวนคำว่า “ถอดเสื้อผ้า

ออก?”

คนที่ด้านหลงกล่าวว่า “มิผิด ที่นอนเป่าลม บิ๊กซีถอดเสื้อผ้าออก ทั้งขอหยิบยืมม้า ของท่าน ข้าพเจ้าจะไม่ท่าร้ายท่าน”

เซี่ยสินพบว่าเสื้อผ้าบนท่อนแขนข้างที่รัดคอมันไว้เปียกชุ่ม ค่อย คาดเดาเรื่องราวออก ดวงตาปรากฏรอยยิ้มวูบหนึ่ง ยังคงไม่เหลียวหน้า ไป เพียง

ขยับข้อมือเล็กน้อย กล่าวด้วยนํ้าเสียงหยอกเย้าว่า “แม่นาง เสี่ยวอิง ท่านเที่ยวตามหาเรา เพียงเพื่อถอดเสื้อผ้าของเรา และหยิบยืม ม้าของเราไปหรือ?”

คราครั้งนี้มันไข้ส้มเสียงของตัวเอง คนที่รัดคอมันรู้สึกว่าได้ขาย โครงถูกวัตถุสิ่งใดตบไล่เบาๆ พอก้มศีรษะลง เห็นกระบี่อันแวววาวเล่ม หนึ่งไม่ทราบหลุดจากฝักตั้งแต่เมื่อใด ตัวกระบี่แนบติดกับช่วงเอวของเก้าอี้เป่าลม นาง ต่อจากนั้นเซี่ยสินกล่าวด้วยส้มเสียงเติมของตัวเอง สร้างความตื่น ตระหนกแก่เสี่ยวอิงจนร้องโพล่งว่า “ไฉนเป็นท่าน?”

ที่แท้เซี่ยสินพอควบม้าเข้าใกล้ ก็ได้ยินส้มเลียงผิดปรกติ จึงเพิ่ม ความระมัดระวัง พริบตาที่เสี่ยวอิงกระโดดขึ้นมา เซี่ยสินก็กดปมชัก กระบี่จากฝัก แต่ขณะจะจ้วงแทงกลับหลัง ก็เห็นสภาพของเสี่ยวอิง ชัดตา จึงหยุดกระบี่เอาไว้ ค่อยปล่อยให้นางรัดคอตนเอง

แต่เสี่ยวอิงหารู้ไม่ว่าคนบนหลังม้าคือเซี่ยสิน ที่แท้ขณะที่นางเดิน ทางถึงริมแม่นํ้า คนแจวเรือข้ามฟากตอนแรกไม่ทราบว่านางไม่มีเงิน โซฟาเป่าลมเพื่อ หลอกให้นางลงเรือข้ามฟาก แลกกับเงินค่าโดยสาร จึงบอกว่าสะพานที่ สองอยู่ห่างไกล เนื่องจากเสี่ยวอิงไม่มีเงิน ได้แต่เดินไปยังตอนล่างของ ลำนํ้า คนแจวเรือข้ามฟากย่อมคร้านที่จะบอกต่อนางว่าสะพานอีก สะพานหนึ่งอยู่ห่างเท่าใด

เสี่ยวอิงเดินไปช่วงหนึ่ง รู้สึกสองเท้าเมื่อยล้า ทั้งไม่ทราบสะพาน อีกสะพานหนึ่งอยู่ห่างเท่าใด พลันพบว่านํ้าคล้ายไม่ลึกเท่าใด จึงทดลอง เดินลงนํ้า กลับเดินข้ามแม่นํ้าไป นางความจริงเข้าใจว่าต่อให้เสื้อผ้า เปียกโชก ภายใต้อากาศร้อนถึงเพียงนี้ พอผึ่งแดดก็แห้งสนิท หาคาดไม่ ว่าเสื้อผ้าไม่เหือดแห้งตามที่คาดคิดไว้

68565 sofa reviews

หย่งเล่อฮ่องเต้ตรัสเสียงเครียดว่า “ตอนนี้เพียงไห้ท่านทั้งหลาย ตรวจข้อสอบสิบอันดับแรก ก็ได้ข้อสรุปเช่นนี้ ทราบได้อย่างไรว่า ข้อสอบที่

ถูกจัดลำดับอยู่ตอนท้าย แม้กระทั้งข้อสอบที่ไม่ผ่าน ไม่มีผล งานอันเลอเลิศ ถ่ายทอดราชโองการเราไป ให้ยกเลิกประกาศผลสอบปีนี้ ทั้งให้กรมพิธีการ   สำนักฮั่นหลินกับสถานศึกษา
โซฟาเป่าลมอเนกประสงค์กว๋อจื่อเจี้ยนตรวจ

ข้อสอบใหม่ แล้วค่อยประกาศผลออกมา”

เหล่าขุนนางบุ๋นพากันลุกขึ้น น้อมรับพระราชกระแส

ขันทีน้อยมู่ซือถือแล้บัด เดินออกจากตำหนักจิ่นเชิน เหลียวซ้าย แลขวาแล้วกวักมือเรียกหาขันทีน้อยมาคนหนึ่ง สั่งเบาๆ ว่า “รีบไปยัง ค่ายตงฉ่าง เสาะหากานแด (บิดาบุญธรรม)โซฟาลม พกพา pantip บอกว่าเจี๋ยด้าเสวียซื่อ...จบ สิ้นแล้ว”

ฮ่องเต้ทรงยกเลิกประกาศผลสอบ รับสั่งให้ตรวจข้อสอบใหม่ แสดงว่าเจึ๋ยจิ้นคัดเลือกบัณฑิตจิ้นซื่อโดยขาดความยุติธรรม เมื่อขาด ความยุติธรรม ย่อมมีบทลงโทษ เหตุผลอันตื้นเขินเช่นนี้ ม่ขิอไหนเลย ไม่เข้าใจไต้?

ไนทำเนียบเหรินเก๋อ เจี๋ยจิ้นเกิดความไม่สบายไจ ฮ่องเต้ทรงเรียก ประชุมผู้ดูแลกรมพิธีการ สำนักฮั่นหลิน สำนักดูฉาเอี้ยนกับสถานศึกษา กว๋อจี่อเจี้ยนที่ตำหนักจิ่นเชิน ไม่ต้องถามกทราบว่าเรื่องที่หารีอมีส่วน เกี่ยวข้องกับเรื่องที่บัณฑิตทั้งหลายฟ้องร้องมัน เจี๋ยจิ้นคิดติดตามข่าว ดราว แต่ตอนนี้มันไม่สะดวกกับการเคลี่อนไหวจริง ๆ

ชิงเจีย (ญาติที่เกี่ยวดองด้วยการสมรส) ของมัน หูกว่างยุยงมัน ช่วงชิงตำแหน่งผู้คุมสอบ ตอนนี้กลับเกิดปัญหาเข่นนี้ สร้างความละอาย ใจแก่หูกว่าง ไม่กล้าเผยโฉมอีก มหาบัณฑิตอื่นในคณะเน่ย๓อพอพบ หน้ามัน คล้ายกับเผชิญเทพแห่งโรคห่า ทำให้เจี่ยจิ้นไม่กล้าออกไปเดิน เล่นที่เชิงระเบียง กลัวเผชิญกับเพื่อนร่วมงาน

เจี้ยจิ้นนึกเสียใจที่ไม่เชื่อฟังตำเตือนของฝ่กว๋อกง พานแย่งชิง ตำแหน่งผู้คุมสอบ เห็นปทานุกรมหย่งเล่อจัดทำใกล้แล้วเสร็จ ความจริง เป็นความดีความชอบใหญ่หลวง ตอนนี้กลับถูกเหล่าคนดรช้าถมหิน ลงบ่อ นี่ควร

ทำอย่างไรดี?

ยามนั้นขันทีน้อยผู้หนึ่งหอบหนังสือกราบทูลปีกหนึ่งเดินเช้ามา เจี๋ยจิ้นกวาดตามองแวบหนึ่ง พบว่าเป็นหนังสือกราบทูลที่ฮ่องเต้ล่งผ่าน มาให้กับวังตะวันออก ที่ผ่านมาเป็นขุนนางจั่วอวี้เต่อวังตะวันออกรับผิด ชอบเรื่องนี้ ไฉนเปลี่ยนเป็นขันทีน้อยผู้หนึ่ง

เจี๋ยจิ้นสอบถามดู ขันทีน้อยนั้นกล่าวว่า “ไทจือสั่งให้บ่าวส่ง หนังสือกราบทูลมา บ่าวเพียงทำตามตำสั่ง เรื่องที่เก๋อเหลา (ผู้เฒ่า ประจำทำเนียบ) สอบถาม บ่าวหาทราบไม่”

เจี๋ยจิ้นพอฟัง หัวใจต้องตกวูบลง

 

ข่าวการตรวจข้อสอบใหม่พอแพร่ออกไป คลี่นความโกรธแค้น ของบัณฑิตทั้งหลายค่อยสงบลง ผู้ที่สอบไม่ติดล้วนดั้งความหวังใหม่ ผู้ที่ สอบติดภาวนาว่าจะไค้เลื่อนอันดับสูงขึ้น บัณฑิตที่มีชี่ออยู่ลำดับต้นๆ แม้ โซฟาลม ราคาถูกไม่พอไจ จนไจที่คนน้อยสู้พวกมากไม่ไค้ ไม่เกิดผลสะท้อนอันได

เมื่อตรวจสอบใหม่ แสดงว่าขุนนางที่คุมสอบทุจริต อย่างนั้นผู้คุม สอบต้องถูกลงโทษ

สำนักลูฉาเอี้ยนขึ้งอยู่ในความดูแลของเฉินอิง ความจริงเป็นหูตา ของราชสำนัก มีหน้าที่ตรวจสอบเหล่าขุนนาง จึงรับหน้าเป็นหัวหอก ยัง มีคนของสำนักฮั่นหลิน สถานศึกษากว่อจื่อเจี้ยนและกรมพิธีการขึ้งมีข้อ บาดหมางกับเจี๋ยจิ้นพากันผสมโรง กลายเป็นคลื่นใหญ่ลูกหนึ่ง

เฉินอิงที่ลงแรงแข้งขัน เพราะทราบว่าเจี๋ยจิ้นผู้นี้แม้มีศัตรูทางการ เมืองมากมาย แต่ก็เป็นเสาหลักของกลุ่มไทจือ แม้แต่ขุนนางกลุ่มไทจือ โซฟาเป่าลมที่ปรกติไม่ลงรอยกับมันก็ต้องปกป้องมัน แต่ที่เหนือความคาดหมาย เฉินอิงคือ ไม่มีผู้ไดช่วยพูดจาให้กับเจี๋ยจิ้น

LOVE AIRSOFA

เจ๊งกิสข่านเอง”

ว่านสงหลิ่งก็ปลุกปลอบสมาธิกล่าวว่า “สู่อาฮาถุนกล่าวถูกต้อง เจ๊งกิสข่านหนึ่งคนหนึ่งม้า สุดท้ายก้าวขึ้นเป็นประมุขของหมื่นราชัน เรา ทวอทวอป้ฮัวต้องมิใท้บรรพซนต้องเสื่อมเสียหน้า หากว่าสู่อาฮาถุนหาก ยอมช่วยเหลือเรา ก็คัดสรรบุคคลให้กับเรา ส่วนหม่าฮามู่ ไท่ผิง และ ปาถูปัวหลอ ไม่อาจยึดถือเป็นเพื่อนคู่เคียง...”

สู่อาฮูหยินกล่าวว่า “ฮาลือฮามีใจทะเยอทะยาน แม้แต่เอ่อเล่อ ที่นอนเป่าลม intex comfort plushเทิ้ยเคอข่านยังถูกมันฆาทิ้ง ท่านข่านอย่าไต้เห็นว่าวันนี้มันยอมก้มหัวไห้ คัวมันก็ไม่อาจไว้วางใจ”

ว่านสงหลิ่งฉุกคิดขึ้น ‘ผิน่าเล่านางกับองค์หญิงซาผิเอ๋อมักมาหา เรา ที่แท้สตรีนางนี้ไม่ได้ผิจิตใจเดียวกับบุรุษของนาง เมื่อผิสตรีที่หัน ข้อพับออกนอกเช่นนี้อยู่ข้างกายฮาสือฮา ก็จะเคลื่อนไหวได้โดยสะดวก กว่าเดิม’

ดังนั้นกล่าวว่า “อย่างนั้นรบกวนสู่อาฮาถุนมองหานักรบชนเผ่าอื่น ให้เป็นเพื่อนคู่เคียงกับเรา”

สู่อาฮูหยินรับค่าว่า “นี่เป็นหน้าที่ของเฉินเขี่ยอยู่แล้ว”

*      สู่อาฮูหยินก็ฑราบว่าตอนนี้ว่านสงหลิ่งยังอยู่ในความควบคุมของ

หม่าฮามู่ หากพบปะนานไป จะสะกิดความสงสัยของหม่าฮามู่ขึ้น ตอนนี้ เมื่อล่วงรู้ปณิธานท่านข่าน หลังจากนี้นางจะสนับสนุนส่งเสริมเอง ดังนั้น ลุกขึ้นกล่าวค่าอำลา

แค่แล้วสู่อาฮูหยินนึกไต้เรื่องหนึ่ง รีบกล่าวขอขมาว่า “ยังมีอีก เรื่องหนึ่ง อูหสันถูยาที่ท่านข่านเคยหมายตา หายสาบสูญไปเมื่อตอนที่ หม่าฮามู่โจมตีค่ายของพวกเรา นางเป็นสตรีนางหนึ่ง แม้ไม่ตายเกรง ว่า...เฉินเขี่ยจะดัดเลือกหญิงสาวที่งดงามหลายนางมาปรนนิบ้ตท่าน

 

ซ่าน ส่วนเรื่องของอูหลันถูยา ขอท่านซ่านโปรดให้อภัย”

ว่านสงหลิ่งรีบประคองนางไว้ กล่าวว่า “ฮาชุนรีบลุกขึ้น บุรุษตั้ง จิตปณิธานใหญ่ สตรีนางหนึ่งนับเป็นอย่างไร?”

นันพอยื่นมือประคอง ก็แตะสัมผัสถูกข้อมืออันเรียบลื่น อด วาบหวามใจมิได้ ครุ่นคิดขึ้น ‘สตรีนางนี้มีผิวพรรณลื่นละมุนดุจแพรไหม นวลเนียนราวกับหยก หากว่าโอบกอดเรือนร่างเช่นนื้ไว้...’

ฮ่อาฮูหยินคิดไม่ถึงว่าท่านซ่านจะประคองนาง พอถูกมันกระทบที่นอนเป่าลม โลตัส ถูก ในใจต้องบังเกิดความรู้สึกผิดปรกติ พอช้อนตาขึ้น เห็นสีหน้าอัน ลุ่มหลงงมงายของว่านสงหลิ่ง สร้างความเอียงอายขึ้นมา

ฮ่อาฮูหยินตกเป็นของบุรุษสามคน นอกจากสามีคนแรกซึ่งถูก พี่ชายฆ่าตายแล้ว บุรุษหลังจากนั้นล้วนฉุดคร่านางไป ย่อมไม่มืความ ผูกพันอันได วันนี้ทวอทวอปัฮัวประกาศห้ามทัพสี่ฝ่ายสร้างความสะท้าน สะเทอนแก่นางอย่างไหญ่หลวง ในสายตาของนาง บังให้ความสำคัญกว่า สามีคนแรกของนางอีก

ยามนี้วีรบุรุษที่นางนิยมยกย่องกลับแสดงความลุ่มหลงต่อคัวเอง ทำให้ฮ่อาฮูหยินทั้งอับอายทั้งยินดี หัวใจเต้นตูมตามขึ้นมา

นางซักดึงมือจากเงื้อมมือว่านสงหลื่งกล่าวว่า “ท่านข่าน...” นํ้า เสียงไม่คล้ายตำหนิติเตียน หากกระเง้ากระหงอดที่นอนเป่าลมในรถอยู่บ้าง

reviews intex

เยี่ยเจาจมอยู่ในภวังค์ความคิด

อีกด้านหนึ่ง องค์ชายอีนั่วอารมณ์ไม่ดีจึงรั้าสุราเข้าไปบาก เขากำลัง เมาอาละวาด ที่นอนเป่าลม tv directกอดเอวซย่าอวี้จนพร้อมเอ่ยขน

■จวิ้นอ๋องใจคอกว้างขวาง ช่างน่าชื่นชมจริงๆ วันมะรืนก็ต้องไปแล้ว

ข้าอาลัยอาวรณ์ท่านนัก,'

ชย่าอวี้จิ่นตืมือที่ตะปบเอวตนไว้ "คนเราต้องรู้จักปล่อยวาง,,

องค์ขายอีนั่วส่ายหน้าไปมา พ่นลมหายใจอวลกลิ่นเหล้าออกมา พูดอย่างทอดถอนใจ

“คนงาม มาดื่มกันอีกลองจอก"

ชยาอวี้จิ่นอับอายจนพาลโกรร "ไปให้พ้น!,,

องค์ขายอีนั่วไม่ลดละย่อท้อ

'ท่านต้องไปเยอนตงชย่านะ พำนักในกระโจมใหญ่ของข้าก็ได้ รีวิว ที่นอนเป่าลมข้าจะ เลี้ยงสุรานมแพะและเนื้อที่ดีที่สุด นั่งพูดคุยกันทั้งคืน รั้าสุรากันสามวันลามราตริ" ซย่าอวี้จิ่นถูกลูบคลำตามเนื้อตัวหลายที อักจะรู้ลึกไม่ได้การแล้ว ในครั้งนั้นที่เขาถูกเศรษฐีนักเดินเรือแทะโลม ปรากฏว่าเขาถูกหัวเราะเยาะ มาจนนัดนื้ หากตอนนี้เขาถูกองค์ชายลักเพคของพวกชนเผ่าป๋าเลิ่อนเมา อาละวาดลวนลามต่อหน้ารารกำนัล เขาจะถูกหัวเราะเยาะไปอีกนานเท่าไร ลถานการณ์คับขัน เขาริบขอความช่วยเหลือจากซิวเหล่าหู่ชื่งอยู่ไม่ ไกลนัก

ซิวเหล่าหู่พูดตรงไปตรงมาอย่างกล้าหาญมืนํ้าใจด้วยนื้าเสิยงอ้อแอ้ "องค์ขาย ท่านท่าเช่นนื้ไม่ดีเลย จวิ้นอ๋องเป็นยอดดวงใจของท่านแม่ทัพ

นะ"

''หญิงงาฆของแม่ทัพพี่ย?"

องค์ชายอีนั่วยังคงเมาจนตาลาย

ชย่าอวี้จิ่นขยิบตาบอกใบ้สุดชึวิตด้วยความโกร®เกรี้ยว

ซิวเหล่าทู่ขาดไหวพริบ อ่านสายตาของชย่าอวี้จิ่นไม่เข้าใจ ถามขึ้นอย่าง

"ใช่...หรือมิใช่?,

ซย่าอวี้จิ่นคำรามด้วยความโมโหเป็นฟินเป็นไฟ "มิใช่แน่นอน!"

ซิวเหล่าทู่ตะกุกตะกักยิ่งขึ้น "เช่นนั้นเป็นอะไร"

ชย่าอวี้จนจนถอยคำ

องค์ชายอีนั่วเอ่ยข้างหูเขาอย่างกรู้มกริ่ม

"ขอแค่เป็นคนงามก็พอแล้ว"

ซย่าอวี้จนตกใจจนทำอะไรไม่กุก เคราะห์ดีที่คนอื่นลังเกตเห็นความ ผิดปกติทางนี้จึงเข้ามาช่วยให้เขาหลุดพ้นจากสถานการณ์อันตรายมาได้ องค์ชายอนั่วไม่รอให้ทุกคนถามความ ฟุบหน้ากับโต๊ะเมาหลับไม่รู้เรื่อง ไปทันใด หัวหน้าองครักษ์ต้องรีบเร่งพาคนพยุงเขาไปพักผ่อน จากนั้นจึง พูดอธิบายอย่างล่าบากใจ

"องค์ชายดึ๋มสุราไม'เก่ง เกรงว่าจะมองผิดที่นอนเป่าลมในรถไปคดว่าจวิ้นอ่องเป็นสตรี หวังว่าจวิ้นอ่องเป็นผู้ใหญ่ใจกว้าง อย่าถอลาหาความกับคนขึ้เมาเลย"

ในกลุ่มคนมิขาวตงขย่าคนใดไม่รู้ที่พูดภาษาด้าฉินได้ตะโกนขึ้น

 

"มิหญิงงามมากมายเกินไป องค์ชายอาจมองจนตาลายก็เป็นได้"

ซย่าอวี้จิ่นละบัดแขนเสื้อเดินออกไปท่ามกลางเสิยงหัวเราะกระเซ้าเย้าแหย่ ลาวใช้กับเด็กรับใช้ทั้งหลายเห็นผู้เป็นนายเดือดดาลหนัก อีกทั้งมิได้ กำชับที่นอนเป่าลม lazadaให้พวกตนท่าอะไรก็ไม่กล้าไปดูแลองค์ชายอีนั่ว จะได้ไม่ด้องตกเป็น ผู้รับเคราะห์

mama bed pool

'ดูนั่น เขาก็คอท่านอ่องน้อยจอมเลเพลอย่างไรล่ะ โฉมงามตรงข้ามกับ ความไม่เอาไหน คิกๆ'

ในสายตาของทุกคน เขาเป็นคนโฉดเขลาไร้สามารถ นักเลงเหลอขอ

คนเสเพล ตัวบัดซบ ยอดแห่งตัวไร้ค่าที่ใช้การใดมิโซฟาลม พกพา pantipได้ มีชึวิตอยู่ไปวันๆ อย่าง เคว้งคว้างเลื่อนลอย

แต่ไรมาไม่มีคนตั้งความหวังกับเขาแม้แต่น้อย

แต่ไรมาไม่มีคพู้ว่าในใจเขาก็เคยมีความใฝ่ฝัน

แดไรมาไม่มีคนรู้ว่า...

เขาเคยฝันอยากเป็นแม่ทัพผู้ห้าวหาญ สู้รบในสมรภูมิ

เขาเคยปรารถนาอยากเป็นจอมยุทธ์ ผดุงความเป็นธรรม ช่วยเหลือ ผู้อ่อนแอ

เขาเคยวาดหวังอยากเป็นบัณฑิตคงแก่เรียน มีความรอบรู้อย่างลึกซึ้ง แตกฉาน

เขาเคยนึกภาพตัวเองเป็นขุนนางใหญ่ รับใช้ราชสำนักอย่างใจชื่อ มีอสะอาด

เมื่อเจริญวัยซึ้น ความเป็นจริงทำลายความฝันไปทีละเล็กทีละน้อย สุดท้ายเขากลายเป็นคนเสเพล

เขานึกว่าตัวเองล้มเลิกความคิดไปนานแล้วและโซฟาเป่าลม intex Splash Loungeจะไม่หวนนึกถึง ความใฝ่ฝันด้วยใจที่ฮึกเหิมเมื่อครั้งวัยเยาว์เหล่านี้อีก

นางกระจ่างแจ้งช้อดืของเขา ชื่นชมข้อเสียของเขา ทั้งยังลั่นวาจา จากใจจริงว่ายินยอมเชื่อมั่นในตัวเขา

ทว่าบินคราเดียวก็พุ่งทะยานถึงฟ้า เรื่องพรรค์นี้...จะทำได้อย่างไร

หญิงสมควรตายผู้นี้พูดจาเกินความจริงมากไปแล้ว!

เหยี่ยวอะไรกัน น่าคลื่นไส้ขนลุก หลอกเอาเจ้าหน้าโง่ที่มาจากตงซย่า หลงเชื่อว่าเป็นความจริง!

 

หากดังไปเข้าหูผู้อื่นคงเหมือนเรื่องชวนหัวจริง ๆ ให้ตายสิ!

ชย่าอวี้จิ่นถ'มนํ้าลายคำหนึ่งอย่างแรงประหนึ่งต้องการลืมเสือนเรื่อง เมื่อครู่ไปให้หมด ทว่ากลับมีก้อนละอื้นแล่นขึ้นมาจุกลำคอ และแก้วบทตาก็ ไหลผ่านแก้มหยดลงมาเบา ๆ อย่างไม่เอาไหน เขาริบปิดหน้าไว้แก้วก้มศีรษะลง ซ่อนตัวอยู่ในมุมมืดลุดความลามารถ ไม่ยอมให้ผู้อื่นเห็นภาพน่าอายนี้ แต่ยัง คงมืหยดนี้าไหลร}มออกมาตามร่องปลายนิ้วขาวละอาด เช็ดอย่างไรก็ไม' โซฟาลม พกพา ราคาแห้งเหือด

อย่าร้องไห้ อย่าร้องไห้...นํ้าตาลูกผู้ชายจะไหลออกมาง่ายๆ มืไต้ ในห้วงสมองมืก้อยคำนึ่เหล่าเกาเคยกล่าวเอาไว้ก่อนหน้านี้นานมาแก้ว

ผุดขึ้น

'อันว่าลตรินี้ลำดัญที่สุดคือคนที่ดีต่อท่านอย่างหมดจิตหมดใจและดูแล ท่านด้วยนี้าใลใจจริง'

หลังจากแต่งงานมาลามเดอนเจ็ดวัน ซย่าอวี้จิ่นรู้สึกเหมือนเพิ่งรู้จัก เยี่ยเจาเป็นครั้งแรก

เขาตาแดงกาเหมือนกระต่าย หากนางเห็นเข้า เขาจะไม่โดนหัวเราะเยาะ

หรือไร

ซย่าอวี้จิ่นขยับอาภรณ์บนตัวให้เรียบร้อย ยนเหม่ออยู่ริมแม่นี้าครู่หนึ่ง โซฟาเป่าลม lazadaหลังจากอารมณ์ลงบลงแก้วถงกลับไปหาพวกลหายก้นลหายเพิ่ยวพิ่หอสุรา และเปอื่ยนชุดคืน

HI THIS BED INTEX

หมู่นี้เยี่ยเจามีเรื่องกลัดกลุ้มใจอยู่บ้าง

บางต่อยตีได้ เดินทัพได้ ตั้งค่ายกลได้ วางอำนาจบาตรใหญ่ได้ มีเพียง ที่นอนเป่าลม โฮมโปรเรื่องรับมีอนํ้าตาสตรีประการเดียวที่ไม่ค่อยจะได้ความนัก แล้วนํ้าตาของ วรชายาอันไท่เฟยก็ราวกับไม่มีวันหมดสิ้น อยากไหลก็ไหล ราไห้จนนางได้แต่ พิศวงงงงวย

ดังเช่นเมื่อวานซืน ตอนนางไปคารวะก่อนไปประชุมขุนนางตามปกติ วรชายาอันไฑ่เฟยเอ่ยขนอย่างชุ่นเคองใจว่า...

'เป็นโชคของช้านักที่เจ้ามาคารวะและตั้งอกตั้งใจปรนนบ้ตทุกวัน ทำให้ ช้าผ่ายผอมลงไปเป็นกอง,

สตรีล้วนรักสวยรักงาม เยิ่ยเจาทีกทักเอาเองแล้วรีบกล่าวเยนยอ

'ตีเหลือเกิน ท่านผอมลงยิ่งงามขน ดูเหมือนจะอ่อนวัยขึ้นสิบปีเลย ทีเดียวเจ้าค่ะ'

 

วรชายาอันไท่เฟยอ้าปากค้าง มองนางอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะปล่อยโฮเสียง หนึ่งพร้อมนํ้าตาไหลพราก ๆ ลงมา

เยี่ยเจางุนงงจับต้นชนปลายไม่ถูก นกว่านางป๋วยก็ริบเร่งไปเชญ แพทย์หลวงมา ไต่ถามเขาว่าอาการคุ้มดีคุ้มร้ายมาจากลาเหตุใด

แพทย์หลวงชราลูบเคราสีขาวครุ่นคิดอยู่นานลองนาน กล่าวว่าคนเรา แก1ที่นอนเป่าลมตัวลงราตุไฟขาดสมดุล อารมณ์ปรวนแปรไต้ง่าย จากนั้นจึงสั่งยา หลายเทียบให้ กำอับกำชาว่าต้องกินตรงตามเวลา นางก็ต้มยากับมือแล้ว ยกไปให้และน่าถ้อยคำของแพทย์หลวงบอกต่อแม่ลามือีกทอด

ไม่คาดว่าวรชายาอันไท่เฟยไม่เพียงไม่ยอมกินยา ทั้งยังราไห้หนักซื้น นางต้องซื้อกังหูกลับมาปลอบใจอีก

ซย่าอวี้จิ่นซึ่งชอบตาดำคลํ้ารุดมาหานางอย่างลุกลนแล้วเอ่ยซื้น “ยกเลิกสัญญาเถอะ ถือเป็นความผิดข้าเอง เจ้าไม่ต้องปรนนิบ้ดีท่านแม่

แล้ว"

■นอกจากการเซ่นไหว้ฟ้าดินที่นอนเป่าลม chilindo กษัตริย์ บรรพบุรุษ และบูรพาจารย์แล้ว การกตัญฌูต่อผู้อาวุโสเป็นหน้าที่ที่พีงปฏิบ้ติ สิ่งที่ท่านแม่กล่าวไว้ก็ขอบด้วย เหตุผล มีสะใภ้บ้านใดกันที่ไม่กตัญฌู ต่อให้นางไม่เห็นว่าข้าเป็นสะใภ้ ผู้เยาว์ ไม่กตัญฌูต่อผู้อาวุโสก็เป็นความผิดเช่นกัน ยิ่งกว่านั้นข้าน่าทัพมาหลายปี ให้ความสำคัญกับดำมั่นสัญญาและคุณรรรมนํ้ามิตรที่สุด ในเมื่อข้าตกปาก รับดำแล้วก็จะต้องท่าให้ไต้ตลอดรอดฝัง จะล้มเลิกกลางคันไต้อย่างไร หาไม่แล้วข้าจะหลงเหลือคักดิ้ศริและความน่ายำเกรงในกองทัพอยู่ริ"

เยิ่ยเจาปฎิเสรอย่างขึงอังก่อนจะสะบัดแขนเสื้อเดินออกไป ไม่แลมอง

ซย่าอวี้จิ่นที่ยืนนิ่งเปินท่อนไม้อยู่ที่เดมอีกแม้แต่แวบเดียว

เป็นขนมหวานเคสิอบบทตาลชนิดหนึ่ง ใช้ผลไม้ เข่น ลตรอเบอรี่ พุทราจืน ฯลฯ เสียบไม้ไผ่เป็นไม้เหมือนลูกชิ้นแล้วจุ่มลง ในนํ้าเชิ้อม

บัญหาจุกจิกหยุมหยิมในบ้านน่ารำคาญใจเหล่านี้เป็นเพียงเรื่องขี้ผง เท่านั้น สิ่งที่ท่าให้นางกลัดกลุ้มยิ่งกว่าคือทหารใหม่ของเมืองหลวงสามหมื่นนาย ที่ถูกเกณฑ์เข้ามาเมื่อไม่นานมานี้เพื่อแทนที่ทหารชราหรือทหารบาดเจ็บพิการ ราษฎรในแถบเมืองหลวงรื่ารวยเงินทอง ใบไม้ร่วงจากต้นก็ต้องมื ที่นอนเป่าลม fridayลักลองใบที่หล่นกระทบผู้ที่เป็นวงศ์วานว่านเครือกับขุนนาง พวกเขาเห็นว่า ชาวหมานจินถูกพิข้ตราบคาบ คงไม'เข้ามารุกรานสร้างความระสํ่าระสาย ในเร็ววันนี้เลยเข้าร่วมกองทัพโดยมืจุดประสงศ์แอบแฝง


ทดสอบก่อนสร้าง Posting New

คอนเท้นในการทดสอบโพส ครั้งแรกใช้งานได้ปกติ